| |
| |
|
l |
|
l |
|
l |
|
l |
|
 |
|
|
 |
มัลติเพิล สเคลอโรซีส
หรือ เอ็มเอส (MS)
คืออะไร |
|
 |
มัลติเพิล
สเคลอโรซีส (Multiple Sclerosis)
หรือ เอ็มเอส (MS) เป็นโรคเรื้อรังของระบบประสาทส่วนกลาง
ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง พบในคนหนุ่มสาว
เป็นโรคที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดการณ์ได้
ผู้ป่วยโรคนี้จะรู้สึกว่า ไม่สามารถควบคุมส่วนต่างๆของร่างกายได้
เนื่องจากการนำสัญญาณของเส้นประสาทจากสมองส่วนต่างๆของร่างกายได้เสียไป
ซึ่งมีสาเหตุจากปลอกหุ้มเส้นประสาท
(myelin) ภายในระบบประสาทส่วนกลางได้รับความเสียหาย
หรือถูกทำลาย ความรุนแรงของโรคเอ็มเอสขึ้นกับระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองหรือไขสันหลัง
แม้ว่าเซลล์ของระบบประสาทส่วนกลางจะซ่อมแซมและทดแทนความเสียหายของปลอกหุ้มประสาทได้บ้างหลังจากเกิดอาการของโรคเอ็มเอสแต่ละครั้ง
แต่ก็มีขีดจำกัดและยังคงเหลือร่องรอยแผลเป็น
(scars) ไว้ตรงบริเวณที่ปลอกหุ้มประสาทนั้น
ทำให้ประสิทธิภาพในการนำสัญญาณของเส้นประสาทลดลง
ยิ่งจำนวนแผลเป็นเพิ่มขึ้นจะทำให้อาการของโรคเกิดแบบถาวรยิ่งขึ้น
เมื่อมีการสูญเสียเซลล์ถึงระดับหนึ่งสมองจะไม่สามารถชดเชยได้
ทำให้ผู้ป่วยโรคเอ็มเอสมีการเคลื่อนไหวและการประสานงานของร่างกายเสียไป
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดในการรักษาโรคเอ็มเอสให้หายขาดได้
มีเพียงชะลอการรุดหน้าของโรค และทุเลาอาการต่างๆที่เกิดขึ้น
ระยะเวลาการรุดหน้าของการเป็นโรคเอ็มเอสนั้นไม่แน่นอน
ขึ้นกับแต่ละคน หรือแม้แต่ในคนเดียวกันก็ไม่อาจจะคาดการณ์ได้
|
 |
 |
ใครบ้างที่เป็นโรคเอ็มเอส |
|
| |
เอ็มเอสไม่ใช่โรคติดต่อ
แต่เป็นโรคของระบบประสาทที่พบในคนหนุ่มสาว
ประชากรทั่วโลกประมาณ 1.2 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคนี้
โดยเป็นประชากรในทวีปยุโรปประมาณ
450000 คน และทวีปอเมริกาเหนือ
400000 คน มักเริ่มมีอาการเมื่ออายุ
31 -33 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ
2 เท่า พบได้ยากในเด็ก หรือคนชรา
แม้ว่าเอ็มเอสไม่ถือว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม
แต่อุบัติการณ์ของโรคนี้พบสูงขึ้นในครอบครัวเดียวกัน
โดยเฉพาะฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน
จึงอาจเป็นไปได้ว่าในบางคน ปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
|
|
| |
|
|
 |
สาเหตุของเอ็มเอส |
|
| |
ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของเอ็มเอส
แม้จะมีการนำเอาทฤษฎีต่างๆมาอธิบายก็ตาม
เอ็มเอสเป็นโรคของภูมิต้านตนเอง
(autoimmune disease) เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่อาจแยกแยะถึงความแตกต่างระหว่างเซลล์ร่างกายกับสิ่งแปลกปลอม
ทำให้เกิดการทำลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อของตนเองขึ้น
ในผู้ป่วยโรคเอ็มเอส เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ
(ที ลิมโฟไซต์ , บี ลิมโฟไซต์
และแมคโครฟาจ ) จะไปทำลายปลอกหุ้มประสาทรวมทั้งเส้นประสาทด้วย
นักวิจัยบางคนเชื่อว่าโรคภูมิต้านตนเองชนิดนี้อาจเกิดเนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งที่ก่อโรคได้ทั่วไป
เช่น เชื้อหัด |
|
| |
|
|
 |
อาการของโรค
มัลติเพิล สเคลอโรซีส |
|
| |
อาการมีตั้งแต่ระดับอ่อนจนถึงระดับรุนแรง
ในแต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกัน
แม้แต่คนคนเดียวกันอาจมีอาการต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
อาการของโรคอาจหายเองได้ หรือคงอยู่ตลอดไป
อาการของโรคมีหลายอย่าง ผู้ป่วยส่วนมากมีอาการเกิดขึ้นมากกว่า
1 อย่าง แต่ยากที่จะเกิดอาการครบทุกอย่าง
ระยะเวลาที่โรคกลับเป็นซ้ำ หรือการกำเริบค่อนข้างแน่นอน
โดยอาการค่อยๆเกิดขึ้นทีละน้อย
ใช้เวลาหายหลายวัน และอาการยังคงอยู่เป็นเวลาประมาณ
3-4 สัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆทุเลาลง
โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อาการของโรคเอ็มเอสขึ้นกับบริเวณที่เกิดรอยโรคขึ้น
เช่น ถ้าเกิดที่เส้นประสาทตาอาจจะรบกวนการมองเห็น
ถ้าเกิดที่ไขสันหลังและสมอง หรือก้านสมอง
อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ การประสานงานของกล้ามเนื้อและการทรงตัวเสียไป
รู้สึกหัวหมุน อ่อนแรง เดินเซ กล้ามเนื้อเกร็ง
เป็นเหน็บ หรือชาตามแขนขา
|
|
| |
อาการที่พบบ่อยในระยะแรกของโรคมีดังนี้ |
|
| |
 |
- มีความผิดปกติที่บริเวณแขนขา
เช่น เป็นเหน็บชา คัน หรือปวด
- เดินหรือทรงตัวผิดปกติ
เช่น หกล้มง่าย เดินหรือขึ้นบันไดลำบาก
- สูญเสียการมองเห็นของตาข้างใดข้างหนึ่ง
- มองเห็นภาพซ้อน
- แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งไม่มีแรง
|
|
|
| |
อาการที่พบบ่อยขึ้นในระยะต่อมา
มีดังนี้ |
|
| |
 |
- สูญเสียการรับความรู้สึก
(ชา)
- ไม่มีแรง
- อ่อนเปลี้ย
- การขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ
- มีปัญหาทางเพศสัมพันธ์
- สูญเสียการเคลื่อนไหว และการประสานงานของร่างกาย
- กล้ามเนื้อเกร็ง
- การทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความรู้และความเข้าในเสียไป
- นอกจากนี้ อาการปวดและซึมเศร้ามักเกิดร่วมกับเอ็มเอสด้วย
|
|
|
| |
|
|
| |
| |
|
l |
|
l |
|
l |
|
l |
|
 |
|
|